ภาษา:
INVESTORS
Email This Print This 
ลักษณะการประกอบธุรกิจ

กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการก่อสร้างสนามบินดอนเมืองขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2457 โดยสนามบินนี้ได้รับการพัฒนาและต่อมา
ได้เปลี่ยนชื่อเป็นท่าอากาศยานกรุงเทพ ในระยะเริ่มแรกกิจกรรมส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินของประเทศอยู่ใน
ความควบคุมและการกำกับดูแลของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองการบินพลเรือนของไทยได้เริ่มเปิดดำเนินการ
ในปี พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่กองทัพอากาศได้จัดตั้งกองการบินพลเรือนขึ้นเพื่อควบคุมและประสานงานเกี่ยวกับ
การบินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กองการบินพลเรือนดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรมการบินพลเรือน ในปี พ.ศ. 2491 และได้รับ
มอบหมายให้ทำหน้าที่ควบคุมกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบินที่สนามบิน

ในปีพ.ศ. 2522 สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาของไทยได้เห็นชอบและตราพระราชบัญญัติการท่าอากาศยาน
แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้ง “การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย” ขึ้น โดยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
ภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2522 เพื่อประกอบและส่งเสริมกิจการท่าอากาศยานรวมทั้งดำเนินกิจการอื่น
ที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยาน การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนิน
กิจการท่าอากาศยานตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายและกำหนดโดยกฎกระทรวง โดยได้เริ่มดำเนินกิจการที่ท่าอากาศยาน
กรุงเทพเป็นแห่งแรกเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม 2522 และมีหน้าที่หลักในการดำเนินกิจการและพัฒนาอุตสาหกรรมการบินใน
ประเทศไทยรวมทั้งการให้บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากการดำเนินกิจการท่าอากาศยานกรุงเทพแล้ว การท่าอากาศยาน
แห่งประเทศไทยยังมีอำนาจดำเนินกิจการท่าอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอีก 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานเชียงราย เมื่อเดือนมีนาคม 2531
เดือนสิงหาคม 2531 เดือนตุลาคม 2531 เดือนมิถุนายน 2536 และเดือนตุลาคม 2541 ตามลำดับ

ทอท.ได้จัดตั้งบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 เพื่อรับผิดชอบดำเนินการ
ก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัท
ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ได้ดำเนินงานโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่ปี 2539 เรื่อยมา
จนถึง ปี 2549

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้พระราชบัญญัติการท่าอากาศยาน
แห่งประเทศไทยอันเป็นกฎหมายที่จัดตั้งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดภายใต้ชื่อ
“บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ ทอท.ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ด้วยทุนจดทะเบียน
เริ่มแรก 5,747 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 574,700,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยมีกระทรวงการคลัง
เป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ นับแต่วันจดทะเบียนจัดตั้งดังกล่าว ทอท.ได้รับโอนกิจการ สิทธิ หนี้ ความรับผิด สินทรัพย์
(ยกเว้นที่ดินจำนวนประมาณ 487 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา บริเวณท่าอากาศยานกรุงเทพ) และพนักงานทั้งหมดจาก
การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยทำให้ ทอท.สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ อนึ่ง
พระราชกฤษฎีกากำหนด อำนาจ สิทธิ และประโยชน์ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2545 กำหนดว่า
ในการประกอบกิจการท่าอากาศยานให้ ทอท.มีอำนาจ ได้รับยกเว้น มีสิทธิพิเศษ หรือได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมาย
ว่าด้วยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นได้บัญญัติไว้ให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเว้นแต่

  1. ให้ทรัพย์สินของ ทอท.เท่าที่จำเป็นในการประกอบกิจการท่าอากาศยานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่อยู่ใน
    ความรับผิดแห่งการบังคับคดี และ
  2. ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยในเขตท่าอากาศยานให้พนักงานและลูกจ้างของ ทอท.เฉพาะที่รัฐมนตรี
    แต่งตั้งเพื่อการนี้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่
    ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2546 กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นทั้งหมดของ ทอท.ได้มีความเห็นซึ่งถือว่าเป็นมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
ให้ทอท.เพิ่มทุนจดทะเบียนของ ทอท.จากเดิมจำนวน 5,747 ล้านบาทเป็นจำนวน 10,000 ล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหุ้น
สามัญเพิ่มทุนจำนวน 425,300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ให้แก่กระทรวงการคลัง ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้ชำระค่าหุ้น
เพิ่มทุนโดยการโอนหุ้นของบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ที่กระทรวงการคลังถืออยู่จำนวน 42,530,000 หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น จำนวน 4,253 ล้านบาท ให้แก่ ทอท.ส่งผลให้ ทอท.มีทุนจดทะเบียน
ทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญทั้งสิ้น 1,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และถือหุ้นใน บริษัท
ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.99 และในวันที่ 30 มกราคม 2547 ทอท.ได้รับอนุญาต
จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้เสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปและทอท.ได้เพิ่มทุน
จดทะเบียนอีก 428.57 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547 ได้จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญ
เพิ่มทุนบางส่วนให้พนักงานของทอท.และบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เป็นจำนวนประมาณ 16 ล้านหุ้น
ในราคาเท่ามูลค่าที่ตราไว้ คือ หุ้นละ 10 บาท และในวันที่ 9 มีนาคม 2547 และวันที่ 8 เมษายน 2547 ได้เสนอขายหุ้นสามัญ
เพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปและสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวน 358.8 ล้านหุ้น และ 53.77 ล้านหุ้น ตามลำดับ
ในราคาหุ้นละ 42 บาท ได้มูลค่าหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 4,285.70 ล้านบาท โดยมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 13,202.24 ล้านบาท
และมีค่าใช้จ่ายในการขายหุ้น จำนวน 634.58 ล้านบาท ซึ่งนำไปลดจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นทั้งจำนวนจึงมีผลทำให้ ณ วันที่
30 กันยายน 2547 ทอท.มีหุ้นสามัญที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 1,428.57 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท
และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสุทธิ 12,567.66 ล้านบาท และมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 70.00
ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ทอท.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2547 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้โอนกิจการทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ความรับผิดชอบ รวมทั้งพนักงาน
ของบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด มาเป็นของ ทอท.เมื่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสร้างเสร็จก่อนการเปิดให้
บริการและให้ดำเนินการยุบเลิกบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด โดยให้เป็นหน่วยธุรกิจหน่วยหนึ่งในทอท.
ซึ่งได้ดำเนินการแล้วมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 และมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 รับทราบซึ่งเป็นไป
ตามความเห็นของกระทรวงการคลังและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ทอท.รับโอนพนักงาน
บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด มาเป็นพนักงานทอท.ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2547 และรับโอนกิจการทรัพย์สิน
สิทธิ หนี้ ความรับผิดและภาระผูกพันต่างๆ ของบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด มาเป็นของทอท.ตั้งแต่ วันที่
1 มกราคม 2549 ด้วยมูลค่าตามบัญชี (Book Value) ของทรัพย์สินและหนี้สินที่ปรากฏในบัญชีของ บริษัท ท่าอากาศยาน
สากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 จำนวน 100,913.28 ล้านบาท (ประกอบด้วยสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
91,820.25 ล้านบาท ที่ดินอาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 149.35 ล้านบาท และรายการอื่นๆ 8,943.68 ล้านบาท) และ 62,429.47 ล้านบาท
ตามลำดับ สำหรับผลต่างจำนวน 38,483.81 ล้านบาท ทอท.ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้กับบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ
แห่งใหม่ จำกัด กำหนดจ่ายชำระดอกเบี้ยของต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินในอัตราร้อยละ 0.5 ต่อปี กำหนดจ่ายชำระคืนตั๋วสัญญา
ใช้เงินเมื่อถึงวันทำการสุดท้ายก่อนวันที่ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด จะได้คืนเงินลงทุนที่เหลืออยู่ (ถ้ามี)
บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัดได้จดทะเบียนเลิกกิจการ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ตามมติพิเศษของ
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2549 และครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2549 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการชำระบัญชีสำหรับตั๋วสัญญาใช้เงินไม่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่
บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เลิกกิจการ